ราศี

ราศี

ผู้เยี่ยมชม

  โดนข้อหาคดียักยอกบริษัท (822 อ่าน)

25 ม.ค. 2558 12:45

เมื่อวันที่2มค. 58 ได้ไปตามหมายเรียกเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาครั้งที่1 ว่าเป็นผู้ต้องหา ร่วมกันยักยอก กับพวก 2 คน และทาง จนท. ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่าทางฝ่ายผู้กล่าวหาได้มีหลักฐานทั้ง คลิปเสียงการรับสารภาพ และ บทสนทนาทางเฟสบุคของบุคคลทั้งสองรวมถึงแผ่นซีดีคลิปเสียง และการลงลายมือชื่อว่าได้ยักยอกจำนวนเงินไป500,000บาท แต่หลักฐานที่ทางผู้กล่าวได้แจ้งและมีหลักฐานที่อยู่ในสำนวนคดีมีข้อมูลและหลักฐานเป็นระยะเวลา2เดือนคือ เดือน มค. - กพ. 57 เป็นจำนวนเงิน 120,000 บาท
ดิฉันยอมจ่ายตามจำนวนเงิน 120,000 ที่ทางผู้กล่าวหามีอยู่เท่านั้น แต่ทางผู้กล่าวไม่ยอมรับส่วนนั้น แต่จะให้ชำระจำนวน 500,000 บาทถือเป็นค่าเสียหาย แต่ทางดิฉันยังไม่เห็นหลักฐานในจำนวนนั้นเลย และถ้าจะต้องขึ้นศาลแล้วทางผู้กล่าวไปค้นหาหลักฐานเพื่อเพิ่มให้ครบตามจำนวนเงินที่ทางผู้กล่าวหาต้องการแล้วฉันก็ต้องจ่ายตามนั้นเลยไม หรือว่าทางศาลจะต้องสืบหลักฐานเอกสารอีกทีไมว่ามีมูลเหตุตามที่ทางผู้กล่าวหาเรียกมามีอยู่จริง และเป็นไปได้ไมถ้าทางผู้กล่าวหาได้ทำการปลอมแปลงเอกสารขึ้นมาเพื่อเอาความผิดฉันให้รับผิดชอบตามจำนวนเงินที่เค้าได้แจ้งมา และบทสนทนาทางเฟสบุคฉันสามารถเอาความผิดกับทางผู้กล่าวหาได้ไหม ฐานหมิ่นประมาทและได้เผยแพร่ไปตามบริษัท และทางโรงแรมต่าเพื่อทำให้เสียชื่อเสียง

ราศี

ราศี

ผู้เยี่ยมชม

ทนายภูวรินทร์  081-9250-144

ทนายภูวรินทร์ 081-9250-144

ผู้ดูแล

5 ก.พ. 2558 23:07 #1

        หลักการคืนเงินคดีอาญานั้น คือ คืนตามจำนวนที่ยักยอกไป ไม่สามารถบวกดอกเบี้ยหรือเพิ่มค่าเสียหายเข้าไปได้เหมือนคดีแพ่ง ซึ่งหากคืนเงินไปทั้งหมดแล้ว แม้ผู้เสียหายจะไม่ถอนคำร้องทุกข์ ศาลก็จะเมตตาลงโทษสถานเบาและรอการลงอาญาไว้ก่อนครับ เพราะถือว่าเป็นคดีอันยอมความกันได้ และจำเลยได้สำนึกผิดและชดใช้คืนเต็มจำนวนแล้ว ไม่มีเหตุผลอะไรที่ศาลจะให้จำคุกจริง ๆ 
      ผู้กล่าวหา หรือผู้เสียหายจะต้องมีพยานบุคคลหรือพยานเอกสารยืนยันว่าคุณยักยอกเงินตามจำนวนนั้น ดังนั้น ฝ่ายคุณก็มีสิทธิที่จะโต้แย้งพยานหลักฐาน ซึ่งหักคุณนำสืบหักล้างได้ ก็อาจไม่ต้องชำระ สำหรับการปลอมแปลงเอกสารขึ้นมานั้น ก็ต้องปลอมลายมือชื่อคุณในการรับมอบเงินด้วย ทั้งนี้จึงขึ้นอยู่กับว่าลายเซ็นปลอมง่ายหรือยาก และสามารถสืบหักล้างหรือให้ศาลสงสัยว่าจริงหรือไม่จริงด้วยครับ          ส่วนการฟ้องคดีกลับนั้น คงต้องดูว่าเป็นการคุยกันส่วนตัวหรือลงหน้าเฟชบุ๊ค เพราะมีผลทางคดีแตกต่างกัน หากมีการนำไปเผยแพร่ที่อื่นด้วยเจตนาประจาน ก็มีความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาก็ได้ แม้เรื่องที่ประกาศนั้นจะเป็นเรื่องจริง ก็มีความผิดเช่นกัน ยิ่งจริงยิ่งผิดครับ

ทนายภูวรินทร์  081-9250-144

ทนายภูวรินทร์ 081-9250-144

ผู้ดูแล

ตอบกระทู้
CAPTCHA Image
Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้